วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

หมายเหตุ : เพราะอยากเขียน I

ตามชื่อเรื่องนั่นแล ก็อยากจะเขียนจริง ๆ นี่นา ...

เมื่อวานนั่งเล่นคอมฯอยู่ดีไม่ว่าดี ค้น Google เล่น เลยได้เจอสุดที่รักสมใจ

Dynasty Warriors  7

ก็เรานี่ละเป็นคนนึงที่ชอบเล่นเกมตระกูล Dynasty Warriors ใน PS2 ชอบเล่นมากก็ภาค 5 แต่ตอนนี้เริ่มจะโดนภาค 6 ยึดใจไปครองเสียแล้ว

พอก่อน ๆ วันนี้จะมาพูดเรื่อง DW7 ต่างหาก ตอนแรกก็ดีใจ ที่ DW7 ออกมาให้ยลโฉมกันแล้ว
แต่พอลองเข้าไปดูรูปภาพ ... นี่มันอาร๊ายยยยยยย!!!! ทำไม Zhao Yun และ Zhou Yu กลายสภาพแบบนั้น

Guan Yu  &  Zhang Fei  จะแก่ไปไหน แล้วทำไม Liu Bei ยัง เบบี้เฟซอยู่อีก!!  Lu Xun ก็เด็ก (กว่าภาคที่แล้ว)

เกิดอะไรขึ้นกับ DW7  ขณะเดียวกันก็เพิ่ม ก๊ก (ของราชวงศ์) จิ้น ขึ้นมา และ Sima Yi ก็ย้ายไปประทับเรียบร้อย พร้อมชุดทรงเครื่องเต็มยศ (ฮาอย่างแรง ชุดภาค 6 ก็เวอร์ไปแล้วนะ เจอภาค 7 กินขาด) แต่ทำไม ทำไม และทำไม บรรดาลูก ๆ หลาน ๆ ญาติโกโหติกาคุณท่าน เท่เหลือเกิน จะเท่ไปไหนแถมใส่ชุดเกราะยุคเหล็กกันด้วย (อยากถามว่า โดนเตะโด่งออกมาจากยุโรปรึเปล่าคะ ??) แถม Sima Shi ลูกชายคนโตยังหน้าเหมือน Cao Pi มาก (ม่ายยยย นี่ผีโดนตัดออกไปแล้วเรอะ ไม่เห็นโผล่มาให้ยลเลย มาแต่ Zhen Ji) ให้ความรู้สึกเหมือน เปิดทางให้ ก๊กจิ้น ยังไงก็ไม่รู้

มาเข้าเรื่องของ 2 บุรุษในดวงใจ  Zhao Yun กับ Zhou Yu

Zhao Yun ภาค 6 เป็นแนวเกราะยุคเหล็กก็จริง แต่ดีไซน์สวยและเหมาะมาก (มาก ๆ ๆ ๆ ถึงมากที่สุด) ค่อยสมเป็น สุภาพบุรุษแห่งเสียงสาน อัศวินเกราะเงินหน่อย (ชอบที่ Zhao Yun ชอบถามก่อนสู้ว่า "ข้า เตียวจูล่ง แห่ง เสียงสาน รู้จักมั้ย" < ถามทำไม ถามแล้วก็ชนะเขาอยู่ดี = = (ก็นะ Zhao Yun เป็นพระเอกอยู่แล้วนี่) มาภาค 7 ค่อนข้างผิดหวัง ทั้งชุดเกราะ ทั้งรัดเกล้า ไม่เอา!! เอาจู่ล่งภาค 6 (หรือ 5) กลับมานะ "Zhao  Yun DW7 Get out!!"

ผ่านเรื่องของสุภาพบุรุษแห่ง ก๊ก Shu ไปก่อน พระเอกม้าขาวน่ะหลบไป ให้หมายเลข 1 ในดวงใจเข้ามา

No. 1 จะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ Zhou Yu จิวยี่ โจวกงจิ้น  แม่ทัพเรือแห่งทัพ Wu คนนี้ เพื่อนซี๊กับ Sun Ce (แถมเป็นคู่เเขยกันด้วย) ชอบชุด Zhou Yu ภาค 5 (มาก) ชุดภาค 6 กว่าจะรับได้ก็นานอยู่แล้ว มาภาค 7 นี่แนวสุภาพบุรุษแวมไพร์ หรือ Dark Lord เลย ทรงผมคล้าย เอลฟ์ใน LOTR อีกต่างหาก (Zhou Yu จะสวยไปไหนคะ รู้สึกว่าจะสวยขึ้น ๆ ทุกภาคเลย เดี๋ยวก็แย่งตำแหน่ง สองสาวงามแดนใต้ไปจาก Da Qiao & Xiao Qiao หรอก) แต่ก็นะ ถึงยังไงก็รัก ก็มันรักไปแล้วนี่

เอวังเรื่องของสองสุภาพบุรุษแห่ง Shu กับ Wu เถอะ ไว้วันไหนอยากเขียนจะเอาประวัติ&วีรกรรมของสองคนนี้มาให้ได้อ่านกัน

(PS. ขออนุญาตไม่ Up ภาพ เนื่องจากยังทำใจไม่ (ค่อย) ได้)

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

ว่ากันด้วยบทเพลงที่ชอบ I

เวลาว่าง ๆ ไม่รู้จะทำอะไรบ้างทีก็แอบฟังเพลงกับเขาเหมือนกัน (จะแอบทำไม??) เพลงที่ฟังก็มีหลากหลาย มากภาษา แล้วแต่อารมณ์ความรู้สึก แล้วแต่ว่าจะถูกหูมั้ย วันนี้ก็เลยเอาคำแปลเพลง 1 ใน collection โปรดมาให้ได้ยลกันค่ะ

เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง  Curse of the Golden Flower ขับร้องโดย Jay Chou
ชื่อเพลง  Ju Hau Tai ค่ะ


" 菊花台 "
" Ju Hua Tai "
" Chrysanthemum Flower Bed "


Composer: Jay Chou (周杰伦)

Lyricist: Vincent Fang (方文山)


你 的泪光 柔弱中带伤
ni de lei guang rou ruo zhong dai shang
The light from your tears carries a bit of hurt in the delicateness.

惨白的月弯弯 勾住过往
can bai de yue wan wan gou zhu guo wang
The deathly pale curved moon hooked to the past.

夜 太漫长 凝结成了霜
ye tai man chang ning jie cheng le shuang
The night is too long, forming into frost.

是谁在阁楼上 冰冷的绝望
shi shui zai ge lou shang bing leng de jue wang
Who is in the attic? The ice-cold hopelessness.


雨 轻轻弹 朱红色的窗
yu qing qing dan zhu hong se de chuang
The rain lightly rebounds off the vermilion red window.

我一生在纸上 被风吹乱
wo yi sheng zai zhi shang bei feng chui luan
My whole life on the paper has been blown into a mess by the wind.

梦 在远方 化成一缕香
meng zai yuan fang hua cheng yi lü xiang
The dream is in the distance. Changes into a trace of fragrance.

随风飘散 你的模样
sui feng piao san ni de mo yang
With the wind, dispersing your appearance.


菊花残 满地伤 你的笑容已泛黄
ju hua can man di shang ni de xiao rong yi fan huang
The chrysanthemum flower is ruined. Hurt all over the ground. Your smile has already turned yellow.

花落人断肠 我心事静静淌
hua luo ren duan chang wo xin shi jing jing tang
The flowers fall, people are heartbroken. My worries quietly dripping.

北风乱 夜未央 你的影子剪不断
bei feng luan ye wei yang ni de ying zi jian bu duan
The north wind is disorderly. The night is not finished yet. Your shadow cannot be cut.

徒留我孤单 在湖面 成双
tu liu wo gu dan zai hu mian cheng shuang
Leaving me with loneliness. On the surface of the lake, becoming a couple.


花 已向晚 飘落了灿烂
hua yi xiang wan piao luo le can lan
The flower, it is already night fall. Floating downwards glittering.

凋谢的世道上 命运不堪 愁
diao xie de shi dao shang ming yun bu kan
Languishing in the way of the world. Fate cannot bear.

愁 莫渡江 秋心拆两半
chou mo du jiang qiu xin chai liang ban
Sad, don't cross the river. Heart and Autumn broken into two halves.

怕你上不了岸 一辈子摇晃
pa ni shang bu liao an yi bei zi yao huang
I'm scared you can't get to shore. Faltering for a lifetime.

谁 的江山 马蹄声狂乱
shui de jiang shan ma ti sheng kuang luan
Whose country? The sound of horse's hooves is hysterical.

我一身的戎装 呼啸沧桑
wo yi shen de rong zhuang hu xiao cang sang
I'm wearing martial attire. Roaring with the convulsions of nature.

天 微微亮 你轻声的叹
tian wei wei liang ni qing sheng de tan
The sky is slightly light. You softly sigh.

一夜惆怅 如此委婉
yi ye chou chang ru ci wei wan
Melancholy in one night. Such suave and moving.


* 菊花残 满地伤 你的笑容已泛黄
ju hua can man di shang ni de xiao rong yi fan huang
The chrysanthemum flower is ruined. Hurt all over the ground. Your smile has already turned yellow.

花落人断肠 我心事静静淌
hua luo ren duan chang wo xin shi jing jing tang
The flowers fall, people are heartbroken. My worries quietly dripping.

北风乱 夜未央 你的影子剪不断
bei feng luan ye wei yang ni de ying zi jian bu duan
The north wind is disorderly. The night is not finished yet. Your shadow cannot be cut.

徒留我孤单 在湖面 成双
tu liu wo gu dan zai hu mian cheng shuang
Leaving me with loneliness. On the surface of the lake, becoming a couple.


(Repeat *)


" ลานดอกเบญจมาศ "

ศิลปิน: เจย์ โชว


หยาดน้ำตาเจ้า... วาววับด้วยความปวดร้าว
จันทร์เสี้ยวเมื่อครั้งอดีต... ดูซีดเซียวด้วยความหม่นหมอง
คืนหนาวที่ยาวนาน... พาลเปลี่ยนแปรเป็นน้ำแข็ง
ใครเล่าบนหอสูง... แน่นิ่งมิไหวติงด้วยความสิ้นหวัง

สายฝนโปรยร่างบางเบา... บนบานกระจกสีแดงชาด
ชะตาข้าถูกเขียนบนกระดาษ... แกว่งไกวกลางสายลม
ฝันอันไกลห่าง... เลือนรางดุจควันธูป
ระเหยหายในราตรี... เฉกเช่นมโนภาพของเจ้า

กลีบเบญจมาศร่วงหล่น... เกลื่อนกล่นบนพื้นดิน
ดุจรอยยิ้มเจ้าบนม้วนจารึกเก่าคร่ำ...
บัดนี้ใจเจ้าว่างเปล่า ความนึกคิดของข้าหยุดนิ่ง...
สายลมเหนือแผ่วพลิ้ว ยังไม่ถึงยามรุ่งสาง
เงาของเจ้าที่ใกล้ชิดและเด่นชัด คือสหายผู้เดียวแห่งวิญญาณข้า
เหนือทะเลสาบ เงาคู่รักปรากฎ

กลิ่นหอมสดของสายลมยามค่ำ ความงามอันมิสลัวเลือนลาง
กระจ่างไปทั่วทุกหนแห่ง ชะตาอันยากจะกลืนกล้ำ
ความเศร้าเอ๋ย... อย่าได้ข้ามผืนน้ำ ใจอันช้ำและอ่อนล้าอาจจมลง
ด้วยโหยหาอาวรณ์... เจ้าจะจรไปไม่ถึงอีกฟากฝั่ง

ขุนเขาและธารน้ำของใคร... ที่ส่งเสียงสะท้อนไหวดังกึกก้อง...
เกราะของข้านั้นแหว่งวิ่น สิ้นด้วยโมงยามที่ถูกแบ่งแยก
ท้องฟ้าค่อยๆเรืองแสง เสียงเพรียกร้องที่นุ่มดุจแพรไหม...
ถักทอใยราตรีแห่งความระทม ช่างเปราะบางอีกทั้งริบหรี่

กลีบเบญจมาศร่วงหล่น... เกลื่อนกล่นบนพื้นดิน
ดุจรอยยิ้มเจ้าบนม้วนจารึกเก่าคร่ำ...
บัดนี้ใจเจ้าว่างเปล่า ความนึกคิดของข้าหยุดนิ่ง...
สายลมเหนือแผ่วพลิ้ว จวนรุ่งสางแล้ว
เงาของเจ้าที่ใกล้ชิดและเด่นชัด คือสหายผู้เดียวแห่งวิญญาณข้า
เหนือทะเลสาบ เงาคู่รักปรากฎ

เบญจมาศเอ๋ยเจ้าเพรียกร้อง กลางค่ำคืนอันเย็นเยียบ
ดุจรอยยิ้มเจ้าบนม้วนจารึกเก่าคร่ำ...
บัดนี้ใจเจ้าว่างเปล่า ความนึกคิดของข้าหยุดนิ่ง...
สายลมเหนือแผ่วพลิ้ว จวนรุ่งสางแล้ว
เงาของเจ้าที่ใกล้ชิดและเด่นชัด คือสหายผู้เดียวแห่งวิญญาณข้า
เหนือทะเลสาบ... คือสองเรา....


(ที่มา: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tempting-heart&group=7)


โดยส่วนตัวชอบคำแปลอันนี้ค่ะ ขอบคุณ Tokei

"เบญจมาศครวญ"

หยดน้ำใสเป็นประกายคลอนัยน์ตา
ร้าวระอาอ่อนอารมณ์ระทมเหงา
บุหลันเด่นเพ็ญพรายลับรายเงา
ดุจใจเราไม่เคลื่อนค่อนผ่อนผันไป

รัตติกาลร้าวรานยาวนานนัก
น้ำค้างจักจับกลายเป็นเกล็ดใส
ผู้ใดหนอเฝ้ารอคอยบนหอไกล
หวังมลายสูญสลายกับสายตา

พิรุณพร่างพะพราวพร่ำร่ำบรรเลง
ขับขานเพลงนอกหน้าต่างคร่ำครวญหา
แผ่นกระดาษแผ่นชีวิตจิตใจข้า
วายุพาปลิดปลิวลิ่วลอยลม

ความใฝ่ฝันเลื่อนลับสุดปลายฟ้า
ร่วงโรยราหอมระรวยละไอหาย
ภาพวงพักตร์ดวงหน้าเจ้ายาใจ
ลอยละล่องโชยชายกับสายลม

เบญจมาศงามเงื่อนมาเกลื่อนกลาด
ดารดาษลาญแหลกสุดขื่นขม
รอยยิ้มเจ้างดงามเคยเฝ้าชม
ร้อนระบมเลือนหายปลายนภา

ดอกไม้หล่นดวงใจคนพลันรานแยก
ความในใจร้าวแหลกเอ่อนองหล้า
ลมเหนือโบยโบกพลิ้วโลมกายา
อรุณลาจากไปไม่หวนคืน

ภาพเงาเจ้าตัดเท่าใดไม่แยกขาด
แสนประหลาดจิตมนุษย์สุดจะฝืน
เดินเดียวดายเลียบริมน้ำย้ำกล้ำกลืน
ความขมขื่นล่วงลงคอต่อลงใจ

สายเสียแล้วหากบุปผาจะผลิบาน
ความรุ่งโรจน์ล่วงผ่านละลานไหล
พรหมลิขิตขีดชะตาชักพาไป
แต่คงไม่เพียงพอจะเปลี่ยนแปร

ทรมานร้าวรานยามข้ามฝั่ง
ฤทัยดังฉีกออกเป็นสองสาย
กริ่งเกรงนักว่าเจ้าจะฝ่าไป
ไม่ถึงหมายริมนทีที่ตั้งใจ

กีบอาชากึกก้องคะนองกล้า
เกราะศึกข้าพลันร่ำเรียกสนั่นไหว
เวิ้งฟ้ากว้างเรืองรองผ่องอำไพ
เจ้าแน่งน้อยทอดถอนใจใต้อัมพร

คืนยาวนานผ่านเจ็บปวดร้าวรวดนัก
ถาโถมหนักทุกข์ระทมมิหยุดหย่อน
แลหทัยดวงนี้แม้นแคลนคลอน
หากราตรีคงโอนอ่อนซ่อนละมุน 
 
(ที่มา: http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=/home/InterWeb2000&File=/home2/searchdata/Forums2/http/www.pantip.com/cafe/chalermkrung/topic/C5386158/C5386158.html)

เป็นเพลงภาษาจีนที่ฟังแล้วตกหลุกรักในทันที เนื้อเรื่องในภาพยนตร์พล็อตเรื่องก็ออกแนวเดิม ๆ แต่ก็ชอบ (>w<) ชอบบทขององค์ชายเจี๋ยที่ เจย์ โชว์ เล่นมาก บทรักแม่จนสุดใจนี่ละ และฉากจบก็กินคะแนนขาดไปเลย


ใครสนใจอยากลองฟังเพลงเชิญที่นี่เลยค่ะ :

http://www.youtube.com/watch?v=fUnHJhmVR2I

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

แนะนำตัว

  สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านค่ะ

โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ค่อยเปิดเผยเท่าไหร่ (เว้นแต่กับคนที่สนิทจริง ๆ ) การเขียน Blog จึงเป็นเรื่องท้าทายที่ทำใจยากพอดู

แต่ก็เป็นคนที่ชอบเขียน (ในกรณีนี้คือ พิมพ์) อยู่แล้ว คิดไปคิดมาก็ว่า น่าสนุกดี จากนี้ก็คงจะมีบทความเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ตามสไตล์คน ๆ นี้

ก็เป็นคนที่ออกจะแปลกสักหน่อย ไม่ค่อยตามกระแสโลก/ตามไม่ทัน (= แก่ < !!! ไม่ช่ายยยย) ชอบคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว รักความสงบ ไม่ชอบที่เสียงดัง ๆ (โลกส่วนตัวสูง) รักและภูมิใจในความเป็นตัวเองมาก

แรกเริ่มก็ไม่รู้จะเขียนอะไรค่ะ เอาเป็นว่าขอรวบรัดตัดจบมันเลยแล้วกัน

     อาดิโอส บอนนานอตเต ค่ะ